ภาพรวมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ไทยกับความจำเป็นเร่งด่วนด้านบุคลากรแฟชั่น
ข้อมูลจากงาน Creative Economy Strategic Direction 2026 เปิดเผยว่าภาคเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของไทยมีมูลค่าสูงถึง 1.44 ล้านล้านบาท หรือคิดเป็น 8.01% ของ GDP โดยอุตสาหกรรมแฟชั่นเป็น sector ที่สร้างมูลค่าสูงสุดที่ 236,272 ล้านบาท ครอบคลุมเครื่องนุ่งห่ม เครื่องหนัง และอัญมณี ตัวเลขนี้สะท้อนความจริงที่ว่าอุตสาหกรรมแฟชั่นไทยไม่ใช่แค่ “ทางเลือก” อีกต่อไป แต่เป็น “เสาหลัก” ของเศรษฐกิจที่ต้องการบุคลากรคุณภาพในปริมาณมหาศาล
ช่องว่างระหว่างห้องเรียนกับตลาดแรงงาน
แม้เศรษฐกิจสร้างสรรค์จะเติบโตอย่างต่อเนื่อง แต่ภาคการศึกษาด้านแฟชั่นของไทยยังเผชิญความท้าทายในการผลิตบัณฑิตให้ตรงกับความต้องการของอุตสาหกรรม Dr. Chakrit Pichyangkul ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (CEA) ระบุว่า AI จะไม่แทนที่มนุษย์ แต่ผู้ที่เชี่ยวชาญ AI จะสร้างมูลค่าได้สูงกว่าอย่างมีนัยสำคัญ นี่คือเหตุผลที่หลักสูตรแฟชั่นสมัยใหม่ต้องผสมผสานเทคโนโลยีเข้ากับความคิดสร้างสรรค์
กรณีศึกษาความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยกับภาคธุรกิจ
มหาวิทยาลัยกรุงเทพได้ร่วมมือกับ SC GRAND ในโครงการ “Circular Materials for Fashion Design” ซึ่งนักศึกษาชั้นปีที่ 2 ได้รับโจทย์จริงจากอุตสาหกรรม ในการสร้างสรรค์ผลงานจากวัสดุเหลือทิ้ง โครงการนี้ไม่เพียงสอนทักษะการออกแบบ แต่ยังปลูกฝังแนวคิด Circular Economy ที่เป็นหัวใจของแฟชั่นยุคใหม่
นอกจากนี้ Jaspal Group ยังได้ลงนาม MOU กับ 4 สถาบันการศึกษา ได้แก่ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ และมหาวิทยาลัยกรุงเทพ เพื่อสร้างระบบนิเวศการเรียนรู้ที่ยั่งยืน
บทเรียนจากนานาชาติและทิศทางอนาคต
การที่แบรนด์ไทยอย่าง Nong Rak ได้รับการคัดเลือกเป็น 1 ใน 20 semi-finalists ของ LVMH Prize 2026 แสดงให้เห็นว่า talent ไทยมีศักยภาพระดับโลก แต่การจะผลิต talent แบบนี้ได้อย่างต่อเนื่อง จำเป็นต้องมีระบบการศึกษาที่เชื่อมโยงกับอุตสาหกรรมอย่างแท้จริง












Leave a Reply