ทำไมสมุนไพรไทยจึงกลายเป็นดาวรุ่งของเศรษฐกิจสุขภาพ
ตลาดผลิตภัณฑ์สมุนไพรไทยกำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญ ข้อมูลจาก Euromonitor International ระบุว่าในปี 2569 ตลาดผลิตภัณฑ์สมุนไพรในประเทศไทยจะมีมูลค่าถึง 59,500 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 30.37% จากปี 2564 ที่มีมูลค่า 45,640 ล้านบาท การเติบโตนี้ไม่ได้เกิดขึ้นโดยบังเอิญ แต่เป็นผลจากหลายปัจจัยที่ผสานกันอย่างลงตัว
ปัจจัยขับเคลื่อนที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังการเติบโต
สิ่งที่น่าสนใจคือ การขยายตัวของตลาดสมุนไพรไทยไม่ได้มาจากการบริโภคภายในประเทศเพียงอย่างเดียว ข้อมูลจากกระทรวงพาณิชย์ชี้ให้เห็นว่าทั้งตลาดในประเทศและต่างประเทศต่างขยายตัวพร้อมกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพิจารณาว่าการค้าปลีกผลิตภัณฑ์สมุนไพรทั่วโลกมีมูลค่าประมาณ 1.92 ล้านล้านบาท โดยภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกมีมูลค่าสูงสุด
นโยบาย “Health for Wealth” ของกระทรวงสาธารณสุขที่ขับเคลื่อนมาตั้งแต่ปี 2566 กำลังสร้างผลลัพธ์ที่ชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ การแพทย์แผนไทย การแพทย์ทางเลือก และภูมิปัญญาสมุนไพรถูกนำมาขับเคลื่อนเศรษฐกิจอย่างเป็นระบบ เป้าหมายคือการผลักดันให้ไทยเป็นศูนย์กลางสุขภาพนานาชาติ หรือ Medical Hub
Herbal Champions: กลยุทธ์สร้างมูลค่าจาก 15 สมุนไพรเป้าหมาย
กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกได้ประกาศรายชื่อ Herbal Champions 15 รายการ ภายใต้แผนปฏิบัติการด้านสมุนไพรแห่งชาติ ฉบับที่ 2 โดยแบ่งออกเป็นสองกลุ่ม กลุ่มแรกคือสมุนไพรที่พร้อมพัฒนาต่อยอด ได้แก่ ขมิ้นชัน ฟ้าทะลายโจร และกระชายดำ ส่วนกลุ่มที่สองคือสมุนไพรที่มีศักยภาพแต่ยังต้องการการพัฒนาต่อเนื่อง 12 รายการ อาทิ บัวบก มะขามป้อม ไพล ขิง กวาวเครือขาว กระท่อม และกัญชง
ความท้าทายที่ซ่อนอยู่ในตัวเลขการเติบโต
อย่างไรก็ตาม มีประเด็นที่น่าจับตามอง กล่าวคือ แม้ตลาดสมุนไพรไทยจะเติบโตอย่างก้าวกระโดด แต่สัดส่วนการใช้ยาจากสมุนไพรในระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าทั้ง 3 ระบบ กลับคิดเป็นเพียง 1% เมื่อเทียบกับยาแผนปัจจุบัน ความไม่สมดุลนี้สะท้อนถึงช่องว่างระหว่างความสำเร็จเชิงพาณิชย์กับการเข้าถึงของประชาชน
นวัตกรรมสมุนไพรที่กำลังเปลี่ยนเกม
บริษัทบางกอกบาล์ม (Bangkok Balm) ผู้ผลิตสมุนไพรไทยอายุกว่า 15 ปี กำลังรุกตลาดส่งออกด้วย凝胶สมุนไพรสูตรเฉพาะที่มีน้ำเป็นส่วนประกอบ ซึ่งซึมเข้าสู่ผิวได้อย่างรวดเร็วโดยไม่ทิ้งความเหนียวเหนอะหนะ ผลิตภัณฑ์นี้ตอบโจทย์เทรนด์ ‘Skinimalism’ และ ‘Clean Beauty’ ที่กำลังเติบโตในอัตราเฉลี่ย 12.4% ต่อปี (CAGR) บริษัทมีแผนขยายตลาดไปยังอาเซียน สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และยุโรปภายในปลายปี 2569 พร้อมขอรับรองมาตรฐาน ASEAN GMP














Leave a Reply