ภัยเงียบที่ไม่มีอาการ: ทำไมคนไทย 8 ล้านคนถึงป่วยโรคไตเรื้อรังโดยไม่รู้ตัว

ภัยเงียบที่ไม่มีอาการ: ทำไมคนไทย 8 ล้านคนถึงป่วยโรคไตเรื้อรังโดยไม่รู้ตัว

โรคไตเรื้อรัง (Chronic Kidney Disease: CKD) ถูกขนานนามว่าเป็น “ภัยเงียบ” ของระบบสาธารณสุขไทย เพราะผู้ป่วยส่วนใหญ่ไม่มีอาการเตือนใด ๆ ในระยะแรก กระทรวงสาธารณสุขเปิดเผยข้อมูลล่าสุดว่า ความชุกของโรคไตเรื้อรังในประชากรไทยอายุ 18 ปีขึ้นไป สูงถึง ร้อยละ 17.5 หรือคิดเป็นประมาณ 8 ล้านคน และที่น่ากังวลอย่างยิ่งคือ กว่าร้อยละ 60 ของผู้ป่วยไม่ทราบว่าตนเองป่วย จนกระทั่งโรคดำเนินไปถึงระยะที่ 4-5 ซึ่งเป็นระยะที่การรักษาเป็นไปได้ยากและมีค่าใช้จ่ายสูง

ปัจจัยเสี่ยงที่ซ่อนอยู่ในชีวิตประจำวัน

สาเหตุหลักของโรคไตเรื้อรังในไทยมาจาก โรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงที่ไม่ได้รับการควบคุมอย่างเหมาะสม รวมถึงพฤติกรรมการบริโภคอาหารที่มีโซเดียมสูง ขาดการออกกำลังกาย และการใช้ยาแก้ปวดกลุ่ม NSAIDs เป็นเวลานาน ข้อมูลจาก THAI-CKD Registry ซึ่งรวบรวมผู้ป่วย 3,371 รายทั่วประเทศ พบว่า ไตเสื่อมจากเบาหวานคิดเป็นร้อยละ 41 และไตเสื่อมจากความดันโลหิตสูงคิดเป็นร้อยละ 34

ภาระค่าใช้จ่ายที่ทวีคูณ

โรคไตเรื้อรังไม่เพียงแต่ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของผู้ป่วย แต่ยังสร้างภาระทางการคลังมหาศาล กระทรวงสาธารณสุขประมาณการว่า ค่าใช้จ่ายด้านสาธารณสุขสำหรับผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังของประเทศสูงกว่า 20,000 ล้านบาทต่อปี ในจำนวนนี้มีผู้ป่วยเกือบ 100,000 ราย ที่ต้องเข้ารับการฟอกเลือดหรือล้างไตทางช่องท้องเป็นประจำ ซึ่งสร้างค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมกว่าปีละ 10,000 ล้านบาท

แนวทางป้องกันที่ได้ผลจริง

การป้องกันโรคไตเรื้อรังเริ่มต้นจากการ ควบคุมระดับความดันโลหิตและน้ำตาลในเลือดอย่างเคร่งครัด กรมอนามัยแนะนำให้ประชาชนลดการบริโภคโซเดียมลงเหลือไม่เกิน 2,000 มิลลิกรัมต่อวัน หลีกเลี่ยงอาหารแปรรูปและอาหารรสจัด เพิ่มผักและผลไม้สดหลากหลายสี ดื่มน้ำสะอาด 8-10 แก้วต่อวัน และออกกำลังกายสม่ำเสมออย่างน้อย 150 นาทีต่อสัปดาห์ สำหรับผู้ที่มีความเสี่ยงสูง ควร ตรวจสุขภาพและคัดกรองการทำงานของไตอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง เพื่อตรวจวัดระดับครีอะตินินและอัตราการกรองของไต (eGFR)

บทเรียนจากกรณีศึกษาจริง

โรงพยาบาลราชวิถี กรมการแพทย์ ได้ดำเนินโครงการ CKD Clinic สำหรับผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังระยะ 3-5 โดยใช้ทีมสหวิชาชีพ ได้แก่ แพทย์ พยาบาล นักโภชนาการ และเภสัชกร ร่วมกันดูแลผู้ป่วยแบบองค์รวม เน้นการปรับพฤติกรรมการบริโภคอาหาร การใช้ยาอย่างถูกต้อง และการให้ความรู้ในการจัดการตนเอง ผลลัพธ์ที่ได้คือผู้ป่วยสามารถชะลอความเสื่อมของไตได้อย่างมีนัยสำคัญ ลดอัตราการเข้าสู่ระยะไตวายสุดท้าย และลดค่าใช้จ่ายในการรักษาระยะยาว

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *