แฟรนไชส์อาหารไทย 2569: สนามแข่ง 3 แสนล้านที่ ‘ระบบ’ ชนะ ‘ชื่อเสียง’

แฟรนไชส์อาหารไทย 2569: สนามแข่ง 3 แสนล้านที่ ‘ระบบ’ ชนะ ‘ชื่อเสียง’

ภาพใหญ่ของตลาดที่โตสวนกระแส

ท่ามกลางสัญญาณเศรษฐกิจไทยที่เติบโตอย่างจำกัด ตัวเลขประมาณการ GDP อยู่ที่เพียง 1-2% ตามการคาดการณ์ของ NESDC และธนาคารโลก แต่ภาคธุรกิจแฟรนไชส์กลับสวนทางอย่างชัดเจน ข้อมูลจากศูนย์วิจัยกสิกรไทยและกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) ระบุว่า มูลค่าตลาดแฟรนไชส์ไทยในปี 2568 อยู่ที่ราว 300,000 ล้านบาท ด้วยอัตราการเติบโตเฉลี่ย 15-20% ต่อปี โดยมีธุรกิจแฟรนไชส์ทั้งสิ้น 685 กิจการ และสาขารวม 168,962 แห่งทั่วประเทศ ในจำนวนนี้ กลุ่มอาหารและเบเกอรี่ครองส่วนแบ่งสูงสุดถึง 32.41% หรือ 222 กิจการ รองลงมาคือเครื่องดื่มและไอศกรีม 179 กิจการ (26.13%)

ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนว่าแฟรนไชส์ไม่ใช่เพียง “ทางเลือก” สำหรับผู้ประกอบการรายใหม่ แต่ได้กลายเป็น “เครื่องยนต์” สำคัญของเศรษฐกิจฐานรากที่ช่วยลดความเสี่ยงและเร่งการขยายธุรกิจ Sethaphong Phadungpisuth ผู้เชี่ยวชาญด้านแฟรนไชส์ระดับ CFE ประเมินว่าตลาดแฟรนไชส์ไทยมีมูลค่าราว 9.68 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือกว่า 3 แสนล้านบาท

QSR ยังเป็นพระเอก แต่โจทย์เปลี่ยน

กลุ่มร้านอาหารบริการด่วน (QSR) ยังคงเป็นดาวเด่น โดยคาดว่าปี 2569 ตลาด QSR ไทยจะมีมูลค่าแตะ 51,500 ล้านบาท เติบโต 8% จาก 47,700 ล้านบาทในปีก่อนหน้า โครงสร้างตลาดยังนำโดยไก่ทอดครองส่วนแบ่ง 57-58% รองลงมาคือเบอร์เกอร์และแซนด์วิช 23-25% และพิซซ่า 19-20%

แต่สิ่งที่เปลี่ยนไปคือ “เกณฑ์การคัดเลือก” อาจารย์อมร อำไพรุ่งเรือง กูรูด้านแฟรนไชส์อันดับต้นของไทย กล่าวกับเส้นทางเศรษฐีว่า ปี 2569 จะไม่ใช่ช่วงเวลาของการตามกระแสอีกต่อไป “แฟรนไชส์ที่มีแต่เรื่องเล่า จะเหนื่อยขึ้น และแฟรนไชส์ที่มีระบบชัดเจน จะอยู่ได้อย่างมั่นคง” แนวโน้มนี้สอดคล้องกับข้อมูลจาก World Franchise Centre ที่ชี้ว่าตลาดจะ “กรอง” แบรนด์ตามความแข็งแกร่งของระบบปฏิบัติการ ไม่ใช่กระแสการตลาด

บทเรียนจากสนามจริง

กรณีศึกษาที่น่าสนใจคือ Subway Thailand ที่หลังจากบริษัท โกลัค จำกัด เข้าถือสิทธิมาสเตอร์แฟรนไชส์อย่างเป็นทางการตั้งแต่เมษายน 2567 แบรนด์สามารถพลิกภาพจำ “ร้านที่สั่งยาก” ด้วยการเปิดตัว Subway Series และลงทุน Digital Kiosk ที่ช่วยดันยอดสั่งซื้อสูงกว่าหน้าเคาน์เตอร์ถึง 30% พร้อมตั้งเป้าขยายเป็น 148 สาขาภายในปี 2569

ในทางกลับกัน แบรนด์ที่พึ่งพาทราฟฟิกในทำเลเกรด C โดยไม่มีระบบรองรับ เริ่มทยอยปิดตัวลง เหลือเพียงสาขาในทำเลเกรด A และ B ที่มีฐานลูกค้าภักดีจริง

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *