กลไก “Fandom Commerce” กับตัวคูณการใช้จ่ายที่เปลี่ยนแฟนมีตติ้งให้เป็นเครื่องยนต์เศรษฐกิจ

กลไก “Fandom Commerce” กับตัวคูณการใช้จ่ายที่เปลี่ยนแฟนมีตติ้งให้เป็นเครื่องยนต์เศรษฐกิจ

จากบัตรเข้าชมสู่ห่วงโซ่การใช้จ่ายทั้งระบบ

แฟนมีตติ้งในประเทศไทยปี 2569 ไม่ได้ถูกมองเป็นเพียงกิจกรรมพบปะศิลปินในโรงแยกอีกต่อไป แต่ได้กลายเป็น “ประตูทางเข้า” ของระบบเศรษฐกิจที่เชื่อมโยงตั้งแต่ค่าบัตร ที่พัก ร้านอาหาร ไปจนถึงสินค้าลิขสิทธิ์อย่างเป็นทางการ ข้อมูลจากเคทีซี (KTC) ระบุชัดว่าในหมวดบัตรคอนเสิร์ตและแฟนมีตติ้งผ่านแพลตฟอร์ม Ticketmelon ยอดใช้จ่ายเพิ่มขึ้นถึง 66% จากปีก่อน โดยมูลค่าการใช้จ่ายเฉลี่ยต่อรายการอยู่ที่ประมาณ 4,000 บาทต่อคน ตัวเลขนี้สะท้อนว่าผู้บริโภคไม่ได้ “จ่ายค่าบัตรแล้วจบ” แต่พร้อมจัดสรรงบประมาณเพิ่มเติมสำหรับประสบการณ์รอบด้าน

กลุ่มแฟนคลับคือหน่วยเศรษฐกิจ ไม่ใช่ปัจเจกบุคคล

ผู้บริหาร KTC ระบุว่าพฤติกรรมสำคัญคือการใช้จ่ายในกลุ่ม Live Entertainment กลายเป็นกิจกรรมที่ขับเคลื่อนผ่าน “กลุ่มเพื่อนหรือคอมมูนิตี้แฟนคลับ” แฟน ๆ วางแผนร่วมกันล่วงหน้าและตัดสินใจซื้ออย่างรวดเร็วเมื่อบัตรเปิดจำหน่าย ลักษณะนี้ทำให้แฟนมีตติ้งมีพลังทางเศรษฐกิจสูงกว่าคอนเสิร์ตทั่วไป เพราะมี “ชุมชน” เป็นตัวเร่งการตัดสินใจซื้อทั้งตั๋ว ที่พัก และสินค้าที่ระลึกในคราวเดียว

หลักฐานเชิงประจักษ์จากงานอีเวนต์ระดับประเทศ

Rocket Media Lab พบว่าระหว่างปี 2566–2567 ไทยมีคอนเสิร์ตและแฟนมีตติ้งรวมกันถึง 526 งาน และประมาณการรายได้จากบัตรเพียงอย่างเดียวสูงถึง 145.12 ล้านบาท โดยยังไม่นับค่าที่พัก เดินทาง อาหาร และสินค้าที่ระลึก ตัวเลขนี้ชี้ว่าผลกระทบทางเศรษฐกิจของแฟนมีตติ้งกระจายตัวไปยังธุรกิจท้องถิ่นอย่างมีนัยสำคัญ

ทำไม “ตัวคูณ” ถึงสูงกว่าเดิม

ปัจจัยหนุน ได้แก่ การขายบัตรแบบแพ็กเกจที่ผูกสิทธิ์พิเศษ เช่น การ์ดรูปถ่ายจำนวนจำกัด หรือกิจกรรม lucky draw การเกิดขึ้นของ “คาเฟ่อีเวนต์” และโปรเจกต์วันเกิดแฟนคลับที่จัดนอกวันงาน และการเชื่อมโยงกับแพลตฟอร์มชำระเงินที่ทำให้การจองที่พักและตั๋วเกิดได้ในคลิกเดียว ทั้งสามปัจจัยทำให้เม็ดเงินจากการแฟนมีตติ้งหนึ่งครั้งหมุนเวียนอยู่ในระบบเศรษฐกิจไทยหลายรอบกว่าที่เคยเป็น

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *