ตัวเลขที่ไม่อาจมองข้าม
ประเทศไทยกำลังเผชิญกับวิกฤตมะเร็งที่ทวีความรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ข้อมูลจากสถาบันมะเร็งแห่งชาติและกระทรวงสาธารณสุขระบุว่าในแต่ละปีมีผู้ป่วยมะเร็งรายใหม่สูงถึงประมาณ 140,000 ราย หรือเฉลี่ยวันละเกือบ 400 คน และมีผู้เสียชีวิตกว่า 83,000–86,000 รายต่อปี ตัวเลขเหล่านี้ไม่ใช่เพียงสถิติ หากแต่สะท้อนถึงครอบครัวไทยนับแสนที่ต้องสูญเสียคนที่รักในทุกปี
Thailand Cancer Moonshot 2056: วิสัยทัศน์ระยะยาว
เมื่อกลางปี 2569 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขได้ประกาศนโยบาย “Thailand Cancer Moonshot 2056” พร้อมภารกิจ 30×30 ซึ่งตั้งเป้าลดการเสียชีวิตจากโรคมะเร็งลงอย่างน้อยร้อยละ 30 ภายใน 30 ปี ผ่าน 3 ยุทธศาสตร์สำคัญ ได้แก่ การป้องกันให้ได้มากที่สุดโดยลดปัจจัยเสี่ยงและเพิ่มการลงทุนด้านวัคซีน การคัดกรองและค้นหาโรคในระยะเริ่มต้น และการยกระดับการรักษา
แผนการป้องกันและควบคุมโรคมะเร็งแห่งชาติ (NCCP) พ.ศ. 2567–2575 ถูกออกแบบให้เป็นกรอบการทำงานระยะยาว โดยมุ่งเน้นมะเร็งที่มีภาระโรคสูง ได้แก่ มะเร็งปากมดลูก มะเร็งตับและท่อน้ำดี และมะเร็งลำไส้ใหญ่และไส้ตรง
สามเสาหลักแห่งการขับเคลื่อน
เสาที่ 1: การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านบริการ
การกระจายเครื่องมือแพทย์ขั้นสูงไปยังภูมิภาคต่างๆ เป็นหัวใจสำคัญ โดยเฉพาะการเพิ่มจำนวนเครื่องแมมโมแกรมสำหรับคัดกรองมะเร็งเต้านม และการขยายศูนย์ส่องกล้องสำหรับมะเร็งลำไส้ใหญ่ในเขตสุขภาพทั่วประเทศ
เสาที่ 2: การพัฒนาบุคลากรทางการแพทย์
การขาดแคลนแพทย์เฉพาะทางและพยาบาลที่ผ่านการฝึกอบรมด้านการคัดกรองมะเร็งเป็นอุปสรรคสำคัญ แผน NCCP จึงให้ความสำคัญกับการฝึกอบรมบุคลากรและการสร้างเครือข่ายส่งต่อผู้ป่วยระหว่างโรงพยาบาลชุมชนกับโรงพยาบาลศูนย์อย่างมีประสิทธิภาพ
เสาที่ 3: การป้องกันพร้อมคัดกรองโรค
เป้าหมายที่ชัดเจนคือการฉีดวัคซีน HPV ให้ครอบคลุม 100% การลดการติดพยาธิใบไม้ตับให้ต่ำกว่า 1% ภายใน 5 ปี และการเพิ่มการเข้าถึงการคัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่ด้วยการส่องกล้องให้ครอบคลุม 80% ของกลุ่มเป้าหมาย
สู่การเป็นศูนย์กลางมะเร็งของภูมิภาค
นอกจากนี้ ยังมีการผลักดันร่างพระราชบัญญัติโรคมะเร็งแห่งชาติ เพื่อวางรากฐานให้ประเทศไทยก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางการดูแลและวิจัยโรคมะเร็งของภูมิภาคอาเซียนในอนาคต การมีกฎหมายเฉพาะจะช่วยให้การจัดสรรงบประมาณและการดำเนินงานมีเสถียรภาพมากกว่าการพึ่งพานโยบายรัฐบาลแต่ละชุด
มุมมองจากพื้นที่จริง
นางสาวอรทัย อายุ 52 ปี ชาวจังหวัดขอนแก่น เล่าว่า ก่อนที่โรงพยาบาลชุมชนจะจัดหน่วยคัดกรองมะเร็งปากมดลูกเคลื่อนที่เข้ามาในหมู่บ้าน เธอไม่เคยทราบว่าการตรวจ HPV สามารถทำได้ด้วยตนเองที่บ้าน “ตอนนี้ฉันได้รับการตรวจทุก 5 ปี ไม่ต้องเดินทางเข้าเมืองอีกแล้ว” ประสบการณ์ของเธอสะท้อนความสำคัญของการนำบริการสู่ชุมชน













Leave a Reply